แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารทจีน 2558 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารทจีน 2558 แสดงบทความทั้งหมด

การไหว้ของคนจีนในเทศกาลสารทจีน 2558

 การไหว้ของคนจีนในเทศกาลสารทจีน


                การไหว้สารทจีน  จะแปลกไปกว่าสารทของชนชาติอื่น ๆ  ข้าวของเครื่องไหว้จะขาดเสียมิได้  ก็คือ
                1.  ขนมถ้วยฟู  และกู่ไฉ่  ซาลาเปา
                2.  ขนมเทียน
                นอกจากนั้น  ก็จะเป็นของเซ่นไหว้ธรรมดา  แล้วมีจุดธูปเทียนจุดประทัดเพื่อส่งเจ้า  แต่สมัยปัจจุบันทางการห้ามจุดประทัด  จึงมีเบาบางลงมาก
                อย่างไรก็ตาม  ทุกบ้านเรือนของชาวจีน  จะจัดชุดเซ่นไหว้เป็น  3  ชุด
                1.  ชุดไหว้เจ้าที่ 
                2.  ชุดไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ 
                3.  ชุดไหว้ต้นตระกูลจีน
                แต่เกือบทุก ๆ  ชุด  จะประกอบด้วยของ  5  อย่าง  มี 
                1.  เป็ด  ต้มทั้งตัว
                2.  ไก่  ต้มทั้งตัว
                3.  เนื้อหมูติดหนัง
                4.  ปลา  ทำแปะซะทั้งตัว
                5.  ตับหมู  นำมาต้ม  5  อย่าง  หรือ  3  อย่าง  หรือ  1  อย่าง  ก็ได้ตามแต่สะดวก
                นอกจากนี้ก็จะเป็นข้าว  กับข้าว  ตามที่เจ้าหรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเคยกินและชอบในสมัยมีชีวิตอยู่  หรือลูกหลานเห็นว่าดี
               ส่วนของหวานหลังอาหารคาวก็จะมี  นอกจาก  ขนมถ้วยฟู  ขนมกู่ไฉ่  ซาลาเปา  แล้ว  จะได้แก่  ผลหมากรากไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล  5  อย่าง,  3  อย่าง  หรือ  1  อย่างก็ได้  และกระดาษเงินกระดาษทอง

          ของไหว้สารทจีน ชุดแรก สำหรับไหว้เจ้าที่ จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวาน ขนมไหว้ สารทจีน ก็ใช้ ถ้วยฟู กุยช่าย ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดเอาไว้ ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีซึ่งเป็นประเพณีของ  สารทจีน คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง 

           ของไหว้สารทจีน ชุดที่สอง สำหรับไหว้บรรพบุรุษ คล้ายของไหว้เจ้าที่ พร้อมด้วยกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียม สารทจีน ต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใส ๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ และที่ขาดไม่ได้ในเทศกาล สารทจีน ก็คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง 

           ของไหว้สารทจีน ชุดที่สาม สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ จะต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้ สารทจีน มีทั้งของคาวหวานกับผลไม้ตามต้องการ และที่พิเศษคือ มีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง จัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้ ในวันสารทจีน


เวลาไหว้ 
                1.  เริ่มต้นจะจัดของเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อน  ในตอนเช้า  ข้าวของที่วางไว้บนโต๊ะหรือพื้นมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน  ที่คนไม่พลุกพล่านนัก  จะต้องปูพื้นด้วยเสื่อแล้วปูทับด้วยผ้าขาวก่อนจึงวางของเซ่นไหว้ 
                เจ้าของบ้านจะจุดเทียน  ธูปเป็นกำ ๆ  ปักลงบนภาชนะข้าวของที่เซ่นไหว้ให้ครบจนทั่ว  หลังจากตั้งจิตอธิษฐาน  ตามแต่จะว่าในสิ่งที่มีมงคลแก่ตนและสมาชิกในครอบครัว  เพื่อให้เกิดลาภผลโชคดีมีสุข  แล้วก็มาเผากระดาษเงินกระดาษทองหน้าบ้าน  เป็นเสร็จพิธี
               2.  ต่อมาไหว้บรรพบุรุษ  ปกติบางครอบครัวจะจัดไหว้พร้อมกัน  การไหว้เจ้าที่  หรือไม่ก็จัดไหว้ในตอนบ่าย  มีการเผากระดาษเงินกระดาษทองเหมือนกัน
                3. ชุดสำหรับไหว้วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี เป็นการสะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา โดยการไหว้จะไหว้นอกบ้านของไหว้จะมีทั้งของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการและที่พิเศษคือมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้


เทพแห่งโชคลาภ ไหว้เจ้าวัน สารทจีน
วันสารทจีน 2557 เทพแห่งโชคลาภวันสารทจีน 2558 เทพแห่งโชคลาภ 

  


          ในช่วงหลายสิบปี เทพแห่งโชคลาภที่บันทึกไว้ในระบบความจำของตี๋หมวยใหญ่น้อยทั้งหลายคือ ฮก-ลก-ซิ่วเทพยอดนิยมอมตะนิรันดร์กาล ที่ไม่ว่าจะเป็นจีนเชื้อสายใด เป็นคนรุ่นไหน ฮก-ลก-ซิ่ว คือเทพที่อยู่ในความศรัทธามายาวนาน ที่สามารถเข้าได้กับทุกงานมงคล ตั้งแต่งานขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เปิดสำนักงาน วันเกิด ฯลฯ

          หรือหากเป็นเมื่อประมาณ 5-6 ปีผ่านมา ไฉ่ สิ่ง เอี๊ย หรือเทพแห่งทรัพย์ เริ่มยึดครองพื้นที่ศรัทธาในใจผู้คนมากขึ้น เพราะไม่ว่าคนรวยคนจนไหว้พระไหว้เจ้าก็ไม่พ้นเรื่องของเงินทอง

         
 ส่วน เทพแห่งโชคลาภของจีนมี 7 องค์ด้วยกัน คือ พระยูไล พระโพธิสัตว์กวนอิม พระสังกัจจายน์ พระจี้กง เทพแห่งเงินตราทั้ง 4 ในศาสนาพุทธ เซียนคู่ และเทพฮก          หลาย องค์ที่กล่าวถึงนั้นเป็นเทพที่คุ้นเคยใกล้ชิดไม่เฉพาะแต่คนจีน หากรวมถึงคนไทยจำนวนไม่น้อยทีเดียว เช่น พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่เรามักเรียกกันว่าเจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ ที่นั่งยิ้มแฉ่งรับญาติโยม            พระโพธิสัตว์กวนอิม ว่า กันว่าถูกสร้างขึ้นมา หาได้มีตัวตนจริงไม่ แต่เมื่อสร้างแล้วมีผู้กราบไหว้บูชามากมาย จึงพยายามผูกเป็นเรื่องให้เข้ากับประวัติศาสตร์จีน โดยจัดเรื่องให้พระโพธิสัตว์เป็นพระราชธิดาของพระราชาองค์หนึ่ง…กล่าวไว้ว่า พระนางนั้นเดิมเป็นพระธิดาของ พระเจ้าเมี่ยว จวง หวาง ทรงพระนามว่า เมี่ยวซ่าน ทรงฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ไม่ยอมเข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสตามพระประสงค์ของพระบิดา

          
ต่อ มาได้เทพทางศาสนาเต๋า คือเทพไท้ไป๋ ซิง จวิน ชี้แนะ จึงได้บำเพ็ญบารมีจนตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์…ด้วยศาสนาพุทธและศาสนาเต๋าล้วน เข้าไปสู่วิถีชีวิตของชาวจีนอย่างแยกกันไม่ออก พระโพธิสัตว์กวนอิมของศาสนาพุทธจึงกลายเป็นเทพของศาสนาเต๋าไปด้วย ไม่ว่าใครจะเป็นพุทธศาสนิกชนก็ได้ เป็นผู้ที่นับถือศาสนาเต๋าก็ดี ล้วนกราบไหว้พระโพธิสัตว์องค์นี้กันทั้งนั้น…
          
พระสังกัจจายน์ หรือพระยิ้ม หรือ เรียกกันทั่วไปว่าพระถุงย่าม…ที่รู้จักกันของชาวจีนว่าคือ พระหมี เล่อ โฝว นั้นเป็นนามเรียกขานเดียวกับพระศรีอริยเมตไตรย แต่แท้จริงแล้วพระยิ้มอาจไม่ใช่พระศรีอริยเมตไตรยก็ได้ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระประหลาด…ที่มีรูปร่างอ้วนเตี้ย พุงยุ้ย มักใช้ไม้เท้าที่ทำจากไม้ไผ่เกี่ยวถุงผ้าแล้วแบกไว้บนบ่า มักปรากฏกายไปบิณฑบาตในตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา พูดจาผิดจากคนทั่วไป ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น ที่ไหนๆ ก็นอนได้หมด มักจะบอกเล่าและทำนายเรื่องในอนาคตที่จะเป็นอันตรายต่อผู้คน ราวกับเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน 

          ความ จริงแล้วสิ่งที่ติดตัวของท่านก็มีเพียงถุงย่ามใบเดียว ท่านมักจะนำของบิณฑบาตมาได้เทรวมลงไปในถุงย่าม ผู้คนเข้ามามุงดู ท่านจะพูดกับคนเหล่านั้นด้วยคำพูดที่เปรียบเทียบให้คนรู้เห็นธรรมอันแท้จริง บางคนบอกว่าท่านเป็นเทพเจ้า บางคนก็ว่าท่านเป็นบ้า… 

          พระหมีเล่อ หรือพระศรีอริยเมตไตรย เป็นเสียงเรียกขานตามภาษาสันสกฤต Maitreya ความหมายก็คือผู้มีความเมตตา เป็นนามของพระโพธิสัตว์หมีเล่อของศาสนาพุทธมหายาน กล่าวกันว่าท่านเป็นบุตรตระกูลพราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านเจี่ยพอหลีชุน แห่งหนานเทียนจู๋ ของอินเดียโบราณ          พระ ศรีอริยเมตไตรยได้ตรัสรู้ก่อนพระศรีศากยมุนี จากนั้นก็ประทับอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ในแดนสุขาวดีพุทธเกษตรทางทิศตะวันตก…พระองค์ทรงดูแลความสุขของมวลมนุษยชาติ สืบต่อจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวกันว่าในยุคของพระองค์จะมีแต่สิ่งดีๆ ความสวยงาม และความสุข…          พระจี้กง หลายท่านรับรู้เรื่องราวของท่านในฐานะ "พระคนยาก" เพราะภาพลักษณ์ของพระที่แต่งตัวปอนๆ ด้วยจีวรเก่าซอมซ่อ และ มีขวดน้ำเต้าบรรจุเหล้าติดตัวอยู่เสมอ หากเบื้องลึกของพระจี้กงที่ได้กล่าวไว้คือ พระจี้กงเป็นชาวไถโจว ปัจจุบันคืออำเภอหลินไห่ ของมณฑลเจ้อเจียง นามเดิมของท่านคือหลี่ ซิน หย่วน ท่านออกบวชที่วัดหลิงอวิ่นซื่อ ที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง…เนื่องจากพระจี้กงไม่นิยมปฏิบัติตามกฎของสงฆ์ ชอบกินเนื้อสัตว์และดื่มเหล้า อีกทั้งมีท่าทางเหมือนคนบ้า ผู้คนจึงเรียกท่านว่าพระบ้า 
          พระ จี้กงมีจิตใจเมตตา ชอบช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม อีกทั้งดูถูกพวกข้าราชการที่ชอบกินสินบนและกดขี่ข่มเหงประชาชน การปฏิบัติตัวของพระจี้กงเป็นที่นิยมนับถือของประชาชนทั้งหลาย จนเรียกกันว่า ท่านคือพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดในยุคปัจจุบัน…

          
ข้อ ความข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระเจ้าใกล้ตัว ที่หลายท่านคุ้นเพราะเคยได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวจากผู้เฒ่าผู้แก่มาตั้งแต่เด็ก ในเชิงของตำนานพื้นบ้านที่มีอภินิหารผสมอยู่ด้วย เล่าสู่กันฟังเพื่อความสนุก จึงอยากเชิญให้ท่านลองทำความรู้จักกับพระเจ้า องค์เดิมที่นับถือมานาน รวมถึงพระเจ้าองค์อื่นๆ ที่เหลือในแง่มุมที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ ตลอดจนสถานะของเทพแห่งโชคลาภ เผื่อการไหว้พระไหว้เจ้าใน สารทจีน จะมีคุณค่า และความหมายยิ่งขึ้น 
         
 ที่สำคัญ สารท จีน สะท้อนให้คนเราเห็นว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ควรกระทำตัวให้เป็นบรรพบุรุษที่ดี ให้ลูกหลานเคารพ และกราบไหว้บูชาแม้ยามจากไป ยังดีกว่าจะรอให้คนทั่วไปมาเซ่นไหว้ไหว้ตามข้างทาง ขึ้นอยู่ที่ว่า..คุณ!!จะเลือกเป็นบรรพบุรุษแบบไหน 

ขอบคุณเว็บสนับสนุนเนื้อหา
http://www.horoworld.com/variety/4677_รู้จัก-วันสารทจีน-เทพแห่งโชคลาภ-และ-ของไหว้เจ้าวัน-สารทจีน
http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2013/08/22/entry-1
http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/sartchin/page4.html
ขอบคุณภาพ
http://www.dmc.tv/

สารทจีน ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ที่มิเคยหลงหายจากไทยเชื้อสายจีน

สารทจีน ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ที่มิเคยหลงหายจากไทยเชื้อสายจีน



 สารทจีน 2558 ตรงกับวันที่ 28 ส.ค. 2558

เหล่าซือสุวรรณาได้ให้นิยามและความหมายของสารทจีนไว้น่าสนใจทีเดียว จึงได้มีการหยิบยกมาฝากอีกครั้ง

วันสาร์ทจีน ภาษาจีนเรียกว่า 中元节 หรืออีกชื่อเรียกว่า เทศกาลผี (鬼节)
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Chinese Ghost Festival

 เพราะเป็นวันที่เน้นกิจกรรมรำลึกถึงบรรพชนผู้ล่วงลับ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับ รวมถึงให้แก่วิญญาณพเนจรที่ไม่มีญาติ  จึงมีพิธีเทกระจาด (孟兰盛会) ด้วย

สำหรับชาวจีนแต้จิ๋ว  วันสารทจีน เป็นเทศกาลสำคัญอันดับ 2 รองจากวันตรุษจีน (春节) แต่ชาวจีนทั้งประเทศและชาวกวางตุ้ง จะให้ความสำคัญกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ (中秋节) มากกว่าวันสารทจีน วันไหว้พระจันทร์เป็นวันหยุดราชการของประเทศจีนและฮ่องกงด้วย

วันสารทจีน  ชาวจีนที่นับถือศาสนาพุทธจะให้ความสำคัญกับการแผ่บุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับและดวงวิญญาณที่ไม่มีญาติ  ส่วนลัทธิเต๋าจะเน้นเรื่องกตัญญููต่อบรรพชน

ประเพณีในวันสารทจีนนั้น  เป็นประเพณีของชาวจีนตอนใต้  เช่น ชาวจีนในมณฑลกวางตุ้ง  ยูนาน ฝูเจี้ยน กวางสี ฯลฯ  ในบางท้องถิ่นของไต้หวัน  มีการลอยกระทงด้วย  และบางท้องถิ่นในมณฑลกวางสี  ประชาชนจะไม่นิยมออกนอกบ้านในวันสารทจีน เพราะเชื่อว่าเป็นวัน " ปล่อยผี " นั่นเอง

วัฒนธรรมใหม่  เกี่ยวกับวันสารทจีน คนไทยเชื้อสายจีนและลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศต่างๆจำนวนมาก  ยังคงยึดมั่นกับประเพณีไหว้บรรพชนอยู่แต่พิธีกรรมและของเซ่นไหว้มีการประยุกต์ให้เรียบง่ายเหมาะกับสภาพคนทำงานปัจจุบัน

 จากสภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป  ประเพณีจีนโบราณก็มีการเปลี่ยนไปจากเดิม ครอบครัวชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนไม่ได้เคร่งครัดในพิธีกรรมมากเท่าสมัยก่อน  เนื่องจากคนในครอบครัวต้องออกไปทำงาน  และวันสารทจีนก็ไม่ใช่้วันหยุดทำการ

พิธีกรรมการเซ่นไหว้ต่างๆ จึงประยุกต์และรวบรัดมากขึ้น  ของไหว้ก็ไม่ได้เคร่งแบบก่อน อย่างที่ฮ่องกง  ก็ทำงานตามปกติ ไหว้กันนิดๆ หน่อยๆ ตามธรรมเนียม ซื้อของไหว้เยอะไม่มีใครช่วยกิน  ลูกทุกคนกระจัดกระจายไปทำงาน จะแจกชาวบ้านแจกคนที่ทำงานก็ไม่ได้  เพราะมีกันทุกบ้าน  ลูกหลานจะกลับบ้านรวมญาติกันในวันไหว้พระจันทร์และวันตรุษจีน

มีข้อแตกต่างที่น่าสนใจคือ แม้ชาวจีนทางใต้ของจีนจะให้ความสำคัญกับวันสารทจีนมาก แต่ชาวจีนทางเหนือของจีนกลับไม่ถือวันนี้เป็นวันสำคัญ  คนรุ่นใหม่บางคนไม่รู้จักเทศกาลนี้ด้วยซ้ำ

หัวใจของวันสารทจีนคือปลูกฝังให้ลูกหลานแสดงความกตัญญูต่อบรรพชน เราดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตายายให้ดีตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าหาของดีๆ มาเซ่นไหว้ ตอนเขาจากไปแล้ว เผาทองแท่ง เผารถเบนซ์ เผา  ไอโฟน... บอกว่าส่งไปให้ แล้วมีประโยชน์อะไร ?

ลองถามใจตัวเองดูตอนนี้สิคะว่าอยากได้อะไรตอนตัวเองแก่ ? อยากได้กระดาษเงินกระดาษทองงั้นหรือ

 ทัศนะที่เน้นว่าต้องเอานั่นเอานี่มาไหว้จึงจะเจริญรุ่งเรืองนั้น  หาได้ทำเพื่อบรรพชนไม่

แต่ทำเพื่อตัวเอง  บางคนก็อธิฐานขอให้ถูกหวย ขอให้รวยๆ พอรวยแล้วจะซื้อของดีๆ ของแพงๆ มาไหว้ (แกมขู่กลายๆ ถ้าไม่รวยก็ไม่มีตังค์ซื้อนะ)  แต่...ตอนที่พ่อแม่มีชีวิตอยู่  บางคนไม่ยอมแม้แต่จะเดินออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวปากซอยที่เขาชอบกินมาให้

ขอบคุณเว็บสนับสนุนเนื้อหา
http://www.horoworld.com/variety/4677_รู้จัก-วันสารทจีน-เทพแห่งโชคลาภ-และ-ของไหว้เจ้าวัน-สารทจีน
http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2013/08/22/entry-1

ขอบคุณภาพ
http://www.dmc.tv/