หมดปัญหา iPhone 16GB ความจุไม่พอใช้ ด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ iOS8 "iCloud Photo Library"



ได้อ่านกระทู้นี้จาก Pantip ของคุณ XChgr  ดีมากจึงได้นำมาแบ่งปันต่อครับ

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกับ iOS8 ก็คือ iCloud Photo Library
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ามันทำงานอย่างไร และช่วยอะไรเราได้บ้าง วันนี้เราจะลองมาดูกัน

iCloud Photo Library ทำอะไรได้บ้าง ?
1. เมื่อเปิดใช้งานแล้ว เวลาเราต่อ Wifi และชาร์ทแบตอยู่ iPhone จะทำการ Upload รูปและ VDO ที่เราถ่ายมาขึ้นไปไว้บน  iCloud 
2. ไฟล์ที่ Upload ขึ้นไปนั้น ไปแบบเต็มๆ ไม่ลดทอนความละเอียด แบบ Photo Stream เหมือนที่เคยมีใน iOS  รุ่นก่อน
3. ทุก iOS Device ที่เราใช้งานด้วย iCloud Account นี้ และเปิดฟีเจอร์นี้ เวลาถ่ายรูปก็จะมารวมกันอยู่ที่เดียวหมด และทุกเครื่องจะเห็นรูปเท่ากันหมด
4. เวลาเรา edit, crop หรือ delete รูปจากเครื่องไหน รูปของทุกเครื่องก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยเหมือนกันหมด
5. สามารถเลือกได้ว่าจะเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ในมือถือไหม หรือจะเก็บแค่ไฟล์เล็กๆขนาดพอดีหน้าจอเพื่อประหยัดเนื้อที่ก็ได้ (เมื่อกดดู ตัวเครื่องจะไปโหลดไฟล์ขนาดเต็มมาจาก iCloud โดยอัตโนมัติ)
6. 5GB แรกใช้งานฟรี หากเกินปุบก็ต้องยอมเสียเงินหน่อย แต่ก็แค่เดือนละ $0.99 (~33บาท) ก็จะได้เพิ่มมาเป็น 20GB แล้ว แลกกับการที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไฟล์รูปเราไม่เจอว่าเราเซฟไว้ที่ไหน หรือ HDD เสีย ทำรูปหายหมดอีกต่อไป ทั้งยังสามารถเข้าถึงรูปของเราทุกรูปจากหน้าเวบไซต์ iCloud ของเราเอง หรือจะเลือกรูปมาสร้าง URL ส่งให้เพื่อนดู ก็สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องหาทางฝากรูปไว้เวบนั้นเวบนี้ หรือส่งผ่าน Line, WhatsApp ที่จะต้องมีการลดทอนความละเอียดภาพก่อน อีกต่อไป

เปิดใช้งานอย่างไร ?
ให้เข้าไปที่ Settings > Photos & Camera แล้วเลือกเปิด iCloud Photo Library 
- หากต้องการเก็บรูปความละเอียดเต็มๆไว้ในเครื่องให้เลือก Download and Keep Originals
- หากต้องการให้รูปเต็มๆอยู่แต่บน iCloud, บนเครื่องโหลดมาแค่รูป Preview เล็กๆก็พอ ให้เลือก Optimize iPhone Storage


ทดสอบการใช้งาน ในการนำมาฟีเจอร์นี้มาใช้ลดพื้นที่การเก็บไฟล์รูปในตัวเครื่อง
ก่อนเปิดใช้  iCloud Photo Library มีรูปประมาณ 100 รูป และมีไฟล์ VDO อีกประมาณ 8 ไฟล์ ใช้พื้นที่ดังนี้
หลังจากนั้นได้ดำเนินการตามนี้
1. ทำการเปิด iCloud Photo Library 
2. เลือก Optimize iPhone Storage
3. และรอจนมันขึ้นว่า Upload เรียบร้อยแล้ว 
4. ให้ลองตรวจสอบได้ที่ https://www.icloud.com/#photos ว่ารูปเรา Upload ขึ้นมาครบแล้วจริงๆ
5. ให้ทำการ Turn Off iCloud Photo Library เสียก่อน (เพราะเราจะลบรูปในเครื่องทิ้งแล้ว ต้องปิดก่อนไม่งั้นมันจะซิงก์ไปลบบน iCloud ด้วย)
6. เข้าไปที่  Photos เลือกรูปจาก Collection->Moments และลบทิ้งให้หมด (ถ้าลบจากอัลบั้มจะเลือกได้ทีละรูปซึ่งช้ากว่าการเลือกจาก Moments แล้วลบทีเดียว)
7. เสร็จแล้วให้ตามไปลบรูปใน Albums: Recently Deleted อีกครั้ง
8. ทำการเปิด iCloud Photo Library อีกครั้ง และเลือก Optimize iPhone Storage เหมือนเดิม
9. รอจนมันขึ้นสถานะว่า Updated (ระหว่างนี้เครื่องเราจะทำการโหลดรูปย่อๆจาก iCloud มาไว้ในเครื่องเราจนครบเหมือนเดิม)
10. ทำการเช็กพื้นที่ในเครื่องอีกครั้งได้ดังนี้

จะเห็นได้ว่าวิธีนี้สามารถลดพื้นที่ใช้งานในส่วนของรูปภาพและวีดีโอที่เราถ่ายไปได้เยอะทีเดียว และรูปทุกรูปก็จะยังแสดงให้เราเห็นในเครื่องเหมือนเดิม แต่ว่าต่อจากนี้เมื่อเรากดดูรูปไหนบนมือถือ มันก็จะแสดงรูปแบบไม่ค่อยชัดก่อน และจะมีวงกลมทางขวาล่างแสดงให้เห็นว่ากำลังค่อยๆโหลดรูปต้นฉบับมา และภาพจะชัดขึ้นเมื่อโหลดเสร็จ รวมถึง VDO ก็เช่นกัน เมื่อกดดูถึงจะไปทำการโหลดตัวเต็มมาแสดงครับ

หารือลดเวลาเรียน เลิกเรียน 14.00 น. เริ่มได้ทันที่ภาคเรียน 2/2558


รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานของ 5 องค์กรหลักตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ ซึ่งเป็นการขยายความเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวานนี้ (24 สิงหาคม) โดยตนได้ขอให้เพิ่มเติมแนวทางดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีใน 2 ประเด็น คือ
การลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปพิจารณาปรับลดชั่วโมงเรียนของบางวิชาให้น้อยลง เพื่อต้องการให้เด็กผ่อนคลาย ไม่เครียดในการเรียนมากเกินไปหรือต้องหอบการบ้านไปทำต่อที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเวลาที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น หรือมีเวลาว่างเรียนรู้ตามวัย คิดบ้างทดลองปฏิบัติบ้าง ไม่ใช่ท่องตำราอย่างเดียว โดยอาจจะเลิกเรียนในชั้นเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนเวลาที่เหลือให้ สพฐ.ไปพิจารณารายละเอียดและกิจกรรมว่าควรดำเนินการอย่างไรกับเด็ก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน หรือกลุ่มซึ่งรอกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองหลังเลิกงาน
ทั้งนี้ สพฐ.จะนำร่องโรงเรียนในสังกัดประมาณร้อยละ 10 จากทั้งหมด 38,000 โรงเรียนก่อน เริ่มต้นได้ทันทีในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.จัดระบบนิเทศและเตรียมการให้ดีในช่วงปิดภาคเรียนนี้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดำเนินการด้วย
การเน้นการสอนอาชีพเฉพาะด้านของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)เพื่อต้องการให้ มทร.แต่ละแห่งมีจุดเด่นในการผลิตผู้เรียนในแต่ละสาขาอาชีพเฉพาะทางแตกต่างกันไป ซึ่งนอกจากจะต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรแล้ว จะต้องพัฒนาครูผู้สอนและเครื่องมือช่วยสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วภายในเดือนกันยายน 2559 อาจจะเริ่มต้นจาก 2-3 แห่งก่อน โดยจัดให้มีทั้งสถาบันหลักและรองลงไปในแต่ละสาขา เช่น มทร.ตะวันออก แม้จะมีความชำนาญด้านการสอนต่อเรือ แต่ก็ต้องวางแผนจัดระบบสำหรับเด็กที่อยู่ห่างไกลในภาคอื่นเช่นภาคใต้ที่ต้องการเรียนในสาขาอาชีพนี้ ซึ่งอาจต้องมี มทร. ระดับรองลงไปในภาคใต้ที่มีความพร้อมในการสอนสาขาอาชีพดังกล่าวรองรับด้วย

นายกฯ ปาฐกถา "ปฏิรูปการศึกษา.... สร้างอนาคตประเทศไทย"

สโมสรกองทัพบก (วิภาวดีรังสิต) - พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ปฏิรูปการศึกษา …. สร้างอนาคตประเทศไทย" ในงานสัมมนาเรื่อง การปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์สู่อนาคต จัดโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายแพทย์ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2558 ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์
นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสพบปะกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทางการศึกษาทุกฝ่าย เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจถึงแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

 ในขณะนี้เรื่องของการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แต่จะทำอย่างไรให้สามารถรวบรวมบุคลากรทางการศึกษาทั้งหมด เพื่อที่จะร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกันให้ได้ เนื่องจากการศึกษาถือเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในระยะยาว ดังนั้นการจะยกระดับประเทศได้ ก็คือการที่ทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีการศึกษาน้อย ได้มีความรู้และได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น สามารถเรียนรู้และช่วยเหลือตนเองได้
 จึงขอฝากให้ช่วยกันดูแลโดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงข้อมูลหรือเอกสารของทางราชการ ขอให้ใช้ภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจและไม่ยาวเกินไป เพื่อให้ประชาชนเปิดรับและมีความเข้าใจที่ตรงกันกับสิ่งที่ภาครัฐต้องการจะสื่อสาร ซึ่งหากมีการพัฒนาให้ทุกคนมีความรู้เท่าเทียมกันแล้ว อาจจะขยายผลไปสู่การเรียนรู้ในภาษาต่างประเทศอื่นๆ ต่อไป
 ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะผู้บริหาร ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารการศึกษา จนถึงผู้จัดการศึกษา จะต้องมีความเข้าใจในระบบการศึกษาของโลก ของอาเซียน และของประเทศไทยเอง เพราะทุกวันนี้โลกไม่มีพรมแดน จึงควรคิดให้ซับซ้อนมากกว่าเดิม ลดอัตตาของตนเองเพื่อให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน หันหน้ามาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการทำงานเชื่อมโยงระหว่างองค์กร และบูรณาการการทำงานร่วมกันในทุกมิติ เพื่อที่จะทำให้ประเทศมีบุคลากรทางการศึกษาที่ดี มีนักเรียน นิสิตนักศึกษาที่ดี มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้การขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าไปได้

 หัวใจของการศึกษาที่ดี คือ การสอนให้คนมีความรู้และมีจิตสำนึกที่ดี ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่รอความช่วยเหลือจากผู้อื่น มีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ตลอดจนรู้จักแบ่งปันแก่ผู้อื่น
 ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างพลเมืองที่รู้ทั้งสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนมีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการและทิศทางในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน รวมทั้งยกระดับบุคลากรด้านการวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการท่องเที่ยวและบริการ และแรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและการแข่งขันกับนานาประเทศในอนาคต
 สำหรับการปฏิรูปการศึกษา หัวใจอยู่ที่การสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียน ผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ ควบคู่กับนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบการศึกษาอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้มีความน่าสนใจ เพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์ได้ ใช้วิจารณญาณเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้องหรือทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งได้ นอกจากนี้ ควรสร้างกระบวนการศึกษาและการเรียนรู้ สร้างสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้จบการศึกษาออกมาแล้วมีงานทำ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
จึงต้องการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาโดยเร็ว โดยเริ่มดำเนินการเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก ครู และผู้ปกครอง จะทำอย่างไรให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข เมื่อนั้นผู้ปกครองและครอบครัวก็จะมีความสุขด้วย มีการผ่อนคลายหลักสูตร จัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม รวมทั้งลดภาระครูในการประเมินผลงานทางวิชาการ โดยจะต้องสร้างวิทยากรด้านการประเมิน ในรูปแบบ Direct Sale เพื่อให้ความรู้และอบรมครูก่อนการประเมินในพื้นที่ต่างๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีการเก็บค่าบำรุงการศึกษาหรือค่ากิจกรรม จึงจะต้องมีการพิจารณาว่ามีความเพียงพอและเหมาะสมหรือไม่อย่างไร เพราะรัฐบาลจัดให้เรียนฟรี แต่ผู้ปกครองยังจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้อยู่ เช่นเดียวกับเรื่องหนังสือและตำราเรียน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาว่าจะสามารถนำหนังสือเรียนกลับมาใช้ต่อได้หรือไม่ หรืออาจจะมีการปรับราคาหนังสือให้มีความเหมาะสมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้ปกครอง
ทั้งนี้ หากสามารถปฏิรูปการศึกษาในระยะสั้นได้สำเร็จ ก็จะส่งต่อในระยะยาว เพราะการศึกษามีความสำคัญและจำเป็นในการพัฒนาประเทศระยะยาว จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการบูรณาการและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน มีการสร้างคุรุทายาทเพื่อเป็นอนาคตของประเทศ โดยเน้นสร้างคนให้เป็นผู้ที่รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้ผิดชอบชั่วดี มีความคิดสร้างสรรค์ ยึดหลักความพอเพียง และรู้จักช่วยเหลือตัวเองเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันที่ดีในการที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปรกติสุขและไม่มีข้อขัดแย้งกันอีก


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

ยุทธพงศ์ เลือกกลั่นดี
 - ถ่ายภาพ
26/8/2558
ข่าวกระทรวงศึกษาธิการ

ลดชั่วโมงเรียน-ลดการบ้าน"ดาว์พงษ์"สั่งลุยประเดิมงานแรก


พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมกับผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม 2558 ณ ห้องประชุม MOC อาคารราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า ได้รับฟังแนวทางการดำเนินงานของ 5 องค์กรหลักตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ ซึ่งเป็นการขยายความเพิ่มเติมจากที่ได้นำเสนอไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวานนี้ (24 สิงหาคม) โดยตนได้ขอให้เพิ่มเติมแนวทางดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีใน 2 ประเด็น คือ

การลดเวลาเรียนของเด็กให้น้อยลง โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปพิจารณาปรับลดชั่วโมงเรียนของบางวิชาให้น้อยลง เพื่อต้องการให้เด็กผ่อนคลาย ไม่เครียดในการเรียนมากเกินไปหรือต้องหอบการบ้านไปทำต่อที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีเวลาที่จะอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น หรือมีเวลาว่างเรียนรู้ตามวัย คิดบ้างทดลองปฏิบัติบ้าง ไม่ใช่ท่องตำราอย่างเดียว โดยอาจจะเลิกเรียนในชั้นเรียนเวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนเวลาที่เหลือให้ สพฐ.ไปพิจารณารายละเอียดและกิจกรรมว่าควรดำเนินการอย่างไรกับเด็ก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่จะเดินทางกลับบ้าน หรือกลุ่มซึ่งรอกลับบ้านพร้อมผู้ปกครองหลังเลิกงาน

ทั้งนี้ สพฐ.จะนำร่องโรงเรียนในสังกัดประมาณร้อยละ 10 จากทั้งหมด 38,000 โรงเรียนก่อน เริ่มต้นได้ทันทีในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ดังนั้นจึงขอให้ สพฐ.จัดระบบนิเทศและเตรียมการให้ดีในช่วงปิดภาคเรียนนี้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดำเนินการด้วย

.......................

ที่มา-สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ

การไหว้ของคนจีนในเทศกาลสารทจีน 2558

 การไหว้ของคนจีนในเทศกาลสารทจีน


                การไหว้สารทจีน  จะแปลกไปกว่าสารทของชนชาติอื่น ๆ  ข้าวของเครื่องไหว้จะขาดเสียมิได้  ก็คือ
                1.  ขนมถ้วยฟู  และกู่ไฉ่  ซาลาเปา
                2.  ขนมเทียน
                นอกจากนั้น  ก็จะเป็นของเซ่นไหว้ธรรมดา  แล้วมีจุดธูปเทียนจุดประทัดเพื่อส่งเจ้า  แต่สมัยปัจจุบันทางการห้ามจุดประทัด  จึงมีเบาบางลงมาก
                อย่างไรก็ตาม  ทุกบ้านเรือนของชาวจีน  จะจัดชุดเซ่นไหว้เป็น  3  ชุด
                1.  ชุดไหว้เจ้าที่ 
                2.  ชุดไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ 
                3.  ชุดไหว้ต้นตระกูลจีน
                แต่เกือบทุก ๆ  ชุด  จะประกอบด้วยของ  5  อย่าง  มี 
                1.  เป็ด  ต้มทั้งตัว
                2.  ไก่  ต้มทั้งตัว
                3.  เนื้อหมูติดหนัง
                4.  ปลา  ทำแปะซะทั้งตัว
                5.  ตับหมู  นำมาต้ม  5  อย่าง  หรือ  3  อย่าง  หรือ  1  อย่าง  ก็ได้ตามแต่สะดวก
                นอกจากนี้ก็จะเป็นข้าว  กับข้าว  ตามที่เจ้าหรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วเคยกินและชอบในสมัยมีชีวิตอยู่  หรือลูกหลานเห็นว่าดี
               ส่วนของหวานหลังอาหารคาวก็จะมี  นอกจาก  ขนมถ้วยฟู  ขนมกู่ไฉ่  ซาลาเปา  แล้ว  จะได้แก่  ผลหมากรากไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล  5  อย่าง,  3  อย่าง  หรือ  1  อย่างก็ได้  และกระดาษเงินกระดาษทอง

          ของไหว้สารทจีน ชุดแรก สำหรับไหว้เจ้าที่ จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวาน ขนมไหว้ สารทจีน ก็ใช้ ถ้วยฟู กุยช่าย ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดเอาไว้ ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีซึ่งเป็นประเพณีของ  สารทจีน คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง 

           ของไหว้สารทจีน ชุดที่สอง สำหรับไหว้บรรพบุรุษ คล้ายของไหว้เจ้าที่ พร้อมด้วยกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียม สารทจีน ต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใส ๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ และที่ขาดไม่ได้ในเทศกาล สารทจีน ก็คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง 

           ของไหว้สารทจีน ชุดที่สาม สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ จะต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้ สารทจีน มีทั้งของคาวหวานกับผลไม้ตามต้องการ และที่พิเศษคือ มีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง จัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้ ในวันสารทจีน


เวลาไหว้ 
                1.  เริ่มต้นจะจัดของเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อน  ในตอนเช้า  ข้าวของที่วางไว้บนโต๊ะหรือพื้นมุมใดมุมหนึ่งในบ้าน  ที่คนไม่พลุกพล่านนัก  จะต้องปูพื้นด้วยเสื่อแล้วปูทับด้วยผ้าขาวก่อนจึงวางของเซ่นไหว้ 
                เจ้าของบ้านจะจุดเทียน  ธูปเป็นกำ ๆ  ปักลงบนภาชนะข้าวของที่เซ่นไหว้ให้ครบจนทั่ว  หลังจากตั้งจิตอธิษฐาน  ตามแต่จะว่าในสิ่งที่มีมงคลแก่ตนและสมาชิกในครอบครัว  เพื่อให้เกิดลาภผลโชคดีมีสุข  แล้วก็มาเผากระดาษเงินกระดาษทองหน้าบ้าน  เป็นเสร็จพิธี
               2.  ต่อมาไหว้บรรพบุรุษ  ปกติบางครอบครัวจะจัดไหว้พร้อมกัน  การไหว้เจ้าที่  หรือไม่ก็จัดไหว้ในตอนบ่าย  มีการเผากระดาษเงินกระดาษทองเหมือนกัน
                3. ชุดสำหรับไหว้วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี เป็นการสะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา โดยการไหว้จะไหว้นอกบ้านของไหว้จะมีทั้งของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการและที่พิเศษคือมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้


เทพแห่งโชคลาภ ไหว้เจ้าวัน สารทจีน
วันสารทจีน 2557 เทพแห่งโชคลาภวันสารทจีน 2558 เทพแห่งโชคลาภ 

  


          ในช่วงหลายสิบปี เทพแห่งโชคลาภที่บันทึกไว้ในระบบความจำของตี๋หมวยใหญ่น้อยทั้งหลายคือ ฮก-ลก-ซิ่วเทพยอดนิยมอมตะนิรันดร์กาล ที่ไม่ว่าจะเป็นจีนเชื้อสายใด เป็นคนรุ่นไหน ฮก-ลก-ซิ่ว คือเทพที่อยู่ในความศรัทธามายาวนาน ที่สามารถเข้าได้กับทุกงานมงคล ตั้งแต่งานขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน เปิดสำนักงาน วันเกิด ฯลฯ

          หรือหากเป็นเมื่อประมาณ 5-6 ปีผ่านมา ไฉ่ สิ่ง เอี๊ย หรือเทพแห่งทรัพย์ เริ่มยึดครองพื้นที่ศรัทธาในใจผู้คนมากขึ้น เพราะไม่ว่าคนรวยคนจนไหว้พระไหว้เจ้าก็ไม่พ้นเรื่องของเงินทอง

         
 ส่วน เทพแห่งโชคลาภของจีนมี 7 องค์ด้วยกัน คือ พระยูไล พระโพธิสัตว์กวนอิม พระสังกัจจายน์ พระจี้กง เทพแห่งเงินตราทั้ง 4 ในศาสนาพุทธ เซียนคู่ และเทพฮก          หลาย องค์ที่กล่าวถึงนั้นเป็นเทพที่คุ้นเคยใกล้ชิดไม่เฉพาะแต่คนจีน หากรวมถึงคนไทยจำนวนไม่น้อยทีเดียว เช่น พระโพธิสัตว์กวนอิม ที่เรามักเรียกกันว่าเจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ ที่นั่งยิ้มแฉ่งรับญาติโยม            พระโพธิสัตว์กวนอิม ว่า กันว่าถูกสร้างขึ้นมา หาได้มีตัวตนจริงไม่ แต่เมื่อสร้างแล้วมีผู้กราบไหว้บูชามากมาย จึงพยายามผูกเป็นเรื่องให้เข้ากับประวัติศาสตร์จีน โดยจัดเรื่องให้พระโพธิสัตว์เป็นพระราชธิดาของพระราชาองค์หนึ่ง…กล่าวไว้ว่า พระนางนั้นเดิมเป็นพระธิดาของ พระเจ้าเมี่ยว จวง หวาง ทรงพระนามว่า เมี่ยวซ่าน ทรงฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ไม่ยอมเข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสตามพระประสงค์ของพระบิดา

          
ต่อ มาได้เทพทางศาสนาเต๋า คือเทพไท้ไป๋ ซิง จวิน ชี้แนะ จึงได้บำเพ็ญบารมีจนตรัสรู้เป็นพระโพธิสัตว์…ด้วยศาสนาพุทธและศาสนาเต๋าล้วน เข้าไปสู่วิถีชีวิตของชาวจีนอย่างแยกกันไม่ออก พระโพธิสัตว์กวนอิมของศาสนาพุทธจึงกลายเป็นเทพของศาสนาเต๋าไปด้วย ไม่ว่าใครจะเป็นพุทธศาสนิกชนก็ได้ เป็นผู้ที่นับถือศาสนาเต๋าก็ดี ล้วนกราบไหว้พระโพธิสัตว์องค์นี้กันทั้งนั้น…
          
พระสังกัจจายน์ หรือพระยิ้ม หรือ เรียกกันทั่วไปว่าพระถุงย่าม…ที่รู้จักกันของชาวจีนว่าคือ พระหมี เล่อ โฝว นั้นเป็นนามเรียกขานเดียวกับพระศรีอริยเมตไตรย แต่แท้จริงแล้วพระยิ้มอาจไม่ใช่พระศรีอริยเมตไตรยก็ได้ มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระประหลาด…ที่มีรูปร่างอ้วนเตี้ย พุงยุ้ย มักใช้ไม้เท้าที่ทำจากไม้ไผ่เกี่ยวถุงผ้าแล้วแบกไว้บนบ่า มักปรากฏกายไปบิณฑบาตในตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา พูดจาผิดจากคนทั่วไป ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น ที่ไหนๆ ก็นอนได้หมด มักจะบอกเล่าและทำนายเรื่องในอนาคตที่จะเป็นอันตรายต่อผู้คน ราวกับเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน 

          ความ จริงแล้วสิ่งที่ติดตัวของท่านก็มีเพียงถุงย่ามใบเดียว ท่านมักจะนำของบิณฑบาตมาได้เทรวมลงไปในถุงย่าม ผู้คนเข้ามามุงดู ท่านจะพูดกับคนเหล่านั้นด้วยคำพูดที่เปรียบเทียบให้คนรู้เห็นธรรมอันแท้จริง บางคนบอกว่าท่านเป็นเทพเจ้า บางคนก็ว่าท่านเป็นบ้า… 

          พระหมีเล่อ หรือพระศรีอริยเมตไตรย เป็นเสียงเรียกขานตามภาษาสันสกฤต Maitreya ความหมายก็คือผู้มีความเมตตา เป็นนามของพระโพธิสัตว์หมีเล่อของศาสนาพุทธมหายาน กล่าวกันว่าท่านเป็นบุตรตระกูลพราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านเจี่ยพอหลีชุน แห่งหนานเทียนจู๋ ของอินเดียโบราณ          พระ ศรีอริยเมตไตรยได้ตรัสรู้ก่อนพระศรีศากยมุนี จากนั้นก็ประทับอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ในแดนสุขาวดีพุทธเกษตรทางทิศตะวันตก…พระองค์ทรงดูแลความสุขของมวลมนุษยชาติ สืบต่อจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวกันว่าในยุคของพระองค์จะมีแต่สิ่งดีๆ ความสวยงาม และความสุข…          พระจี้กง หลายท่านรับรู้เรื่องราวของท่านในฐานะ "พระคนยาก" เพราะภาพลักษณ์ของพระที่แต่งตัวปอนๆ ด้วยจีวรเก่าซอมซ่อ และ มีขวดน้ำเต้าบรรจุเหล้าติดตัวอยู่เสมอ หากเบื้องลึกของพระจี้กงที่ได้กล่าวไว้คือ พระจี้กงเป็นชาวไถโจว ปัจจุบันคืออำเภอหลินไห่ ของมณฑลเจ้อเจียง นามเดิมของท่านคือหลี่ ซิน หย่วน ท่านออกบวชที่วัดหลิงอวิ่นซื่อ ที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง…เนื่องจากพระจี้กงไม่นิยมปฏิบัติตามกฎของสงฆ์ ชอบกินเนื้อสัตว์และดื่มเหล้า อีกทั้งมีท่าทางเหมือนคนบ้า ผู้คนจึงเรียกท่านว่าพระบ้า 
          พระ จี้กงมีจิตใจเมตตา ชอบช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม อีกทั้งดูถูกพวกข้าราชการที่ชอบกินสินบนและกดขี่ข่มเหงประชาชน การปฏิบัติตัวของพระจี้กงเป็นที่นิยมนับถือของประชาชนทั้งหลาย จนเรียกกันว่า ท่านคือพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิดในยุคปัจจุบัน…

          
ข้อ ความข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระเจ้าใกล้ตัว ที่หลายท่านคุ้นเพราะเคยได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวจากผู้เฒ่าผู้แก่มาตั้งแต่เด็ก ในเชิงของตำนานพื้นบ้านที่มีอภินิหารผสมอยู่ด้วย เล่าสู่กันฟังเพื่อความสนุก จึงอยากเชิญให้ท่านลองทำความรู้จักกับพระเจ้า องค์เดิมที่นับถือมานาน รวมถึงพระเจ้าองค์อื่นๆ ที่เหลือในแง่มุมที่มีหลักฐานอ้างอิงได้ ตลอดจนสถานะของเทพแห่งโชคลาภ เผื่อการไหว้พระไหว้เจ้าใน สารทจีน จะมีคุณค่า และความหมายยิ่งขึ้น 
         
 ที่สำคัญ สารท จีน สะท้อนให้คนเราเห็นว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ควรกระทำตัวให้เป็นบรรพบุรุษที่ดี ให้ลูกหลานเคารพ และกราบไหว้บูชาแม้ยามจากไป ยังดีกว่าจะรอให้คนทั่วไปมาเซ่นไหว้ไหว้ตามข้างทาง ขึ้นอยู่ที่ว่า..คุณ!!จะเลือกเป็นบรรพบุรุษแบบไหน 

ขอบคุณเว็บสนับสนุนเนื้อหา
http://www.horoworld.com/variety/4677_รู้จัก-วันสารทจีน-เทพแห่งโชคลาภ-และ-ของไหว้เจ้าวัน-สารทจีน
http://www.oknation.net/blog/chineseclub/2013/08/22/entry-1
http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/sartchin/page4.html
ขอบคุณภาพ
http://www.dmc.tv/